Tag » Minho

[TMR AU-FIC] Say Something, I’m Giving Up On You

:: The Maze Runner’s Fanfiction ::

Title:                Say Something, I’m Giving Up On You

Author:            aki

Pairing:           Minho x Newt, Thomas

Type:               AU, Drabble

BGM:               … 39 more words

Fanfiction

KPop and Korean Wave

KPop, also known as Korean Pop, is becoming more and more popular day by day. Even today, one can hear it in some English-speaking movies, you can even hear it in your local store. 352 more words

SHINee

SHINee Minho Menghadiri Upacara Penyambutan Mahasiswa Baru Universitas Konkuk

Pada tanggal 2 Maret lalu, SHINee Minho menghadiri upacara penyambutan mahasiswa baru di kampusnya, Universitas Konkuk.

Minho hadir di salah satu segmen acara, membuat para mahasiswa baru Konkuk gembira bersorak atas kehadirannya. 74 more words

K-LIFESTYLE

Crown Zero

Selamat atas debutnya “CROWN ZERO”
dari Crown Family Agency pada hari minggu kemarin tanggal 1 Maret 2015
sekaligus atas berhasilnya mendapat
juara harapan 3 event cover dance di Puspa Agro, Sidoarjo. 24 more words

CFA

[TMR Fiction] It’s That Look In Your Eyes (Minho/Newt)

“It’s That Look In Your Eyes”

By wckdnewt Translated by Maiale Dolce Relationship: Minho/Newt Summary: นิวท์เป็นนักวิ่ง…หรือชาวทุ่งเพียงหนึ่งเดียวที่อาสาเข้าไปสำรวจวงกตกับมินโฮ และมินโฮผู้ซึ่งมีความสุขกับการวิ่งเคียงข้างเพื่อนของเขาเริ่มสังเกตได้ถึงสายตาของนิวท์ที่บางครั้งมองมาทางเขา และเขาต้องการจะเข้าใจ…ว่าทำไมนิวท์จึงมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น?! Notes: ถ้าเรื่อง Gally’s Confession เป็นการสารภาพรักแบบฉบับของแกลลี่ เรื่องนี้ก็เป็นในแบบของมินโฮค่ะ >> Original Version ผ่านมาอย่างน้อยสองสามเดือนแล้วตั้งแต่นิวท์กับมินโฮอาสาเข้าไปสำรวจในวงกตเบื้องหลังกำแพงทะมึนนั่น และกิจวัตรของทุกๆวันก็ดำเนินไปเช่นเดิม: ตื่นนอน, กินอาหารเช้าแสนอร่อยซึ่งต้องขอบคุณฟรายแพน, จากนั้นก็วิ่งออกไปข้างนอกและพยายามจดจำรายละเอียดทุกอย่างที่พวกเขาพบ แต่สิ่งซึ่งธรรมดาที่สุดและกลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างที่เพื่อนรักทั้งสองวิ่งและเดินเคียงข้างกันนั้นคือสายตาซึ่งมินโฮสังเกตได้ว่านิวท์มักส่งมาให้เขาเมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ได้มองอีกฝ่ายอยู่ และหายไปเมื่อมินโฮหันไปหา มันเริ่มมาตั้งแต่หนึ่งหรือสองสัปดาห์หลังจากวันแรกที่พวกเขาออกวิ่ง; ทั้งสองเข้าไปในวงกตลึกกระทั่งต้องอาศัยการเดินสำรวจเพื่อสังเกตสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน – หรืออย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเขาควรจะทำ เมื่อมินโฮรู้สึกถึงความเสียวประหลาดที่ต้นคอของเขา เขาหันกลับมาและทันเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของนิวท์ละไปจากเขาราวกับว่าเจ้าตัวเพิ่งถูกมินโฮจับได้ว่ากำลังทำในสิ่งที่ไม่ควร แน่นอน เขารู้สึกถึงการเกร็งของคิ้วเมื่อขมวดขึ้น หากริมฝีปากนั้นไม่ได้เอ่ยถามคำใด ขณะเดียวกับที่หันศีรษะกลับมาด้วยความสับสนและประหลาดใจ เขาคิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่จากนั้นในวันรุ่งขึ้นเหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง, รวมถึงในวันต่อมา, และอีกหลายๆวันต่อมา จนกระทั่งมินโฮเริ่มสังเกตได้ถึงสายตาแบบนั้นจากเด็กหนุ่มผมบลอนด์ตลอดเวลาอาหารค่ำหรือขณะกินอาหารเช้า; และหลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์มินโฮก็ตระหนักได้ว่าตัวเขาเองก็กำลังทำในสิ่งเดียวกัน: เขาพบว่าตัวเองกำลังจ้องมองปอยผมสีบลอนด์ของนิวท์ซึ่งยาวปรกใบหน้าเสี้ยวหนึ่งของเจ้าตัวตอนที่นิวท์ก้มลงไปผูกเชือกรองเท้า, หรือท่าทางตอนที่เพื่อนของเขาขยับมือที่ทั้งแข็งแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันในขณะที่เส้นเลือดเล็กๆวาดเป็นแนวสวยงามในตอนที่ต้องออกแรงเพื่อทำอะไรบางอย่าง, หรือยิ่งกว่านั้นคือวิธีที่รอยยิ้มของนิวท์ทำให้เกิดรอยย่นเล็กๆน่ารักข้างดวงตาคู่งามซึ่งเป็นประกายน้อยๆทุกครั้งที่เจ้าตัวหัวเราะ และจากนั้นนิวท์ก็มองมาที่เขา และมินโฮก็เบนสายตาจากไปในแบบเดียวกับตอนที่เขาเคยจับได้ว่านิวท์เคยมองเขาครั้งหนึ่งและอีกหลายๆครั้งภายในวงกต ซึ่งแน่นอน หลังจากที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนมันก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่กวนใจมินโฮ นี่เขาจินตนาการไปเองหรือเปล่านะ? การแลกสายตาระหว่างพวกเขามีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า? และมันคืออะไร? นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมในวันนี้ – หลายเดือนหลังจากการจ้องมองครั้งแรก ที่นิวท์เร่งฝีเท้ามาเดินข้างๆเขาเร็วกว่าปกติและมินโฮสงสัยว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงกระแสสายตาที่ยิงตรงมายังหลังของเขาแทบจะทันที และเขาอยากจะโกรธ ไม่ใช่ว่าพวกเขาควรจะมีสมาธิกับการสำรวจวงกตรอบๆตัวแทนที่จะเสียเวลาไปกับการจ้องมองอีกฝ่ายหรอกหรือ? แต่ไม่, มินโฮไม่อาจถือโทษโกรธเคืองได้ ไม่ใช่ในขณะที่เขาหันไปสบตากับเด็กหนุ่มข้างกายและเห็นว่านิวท์หลบสายตาไปเหมือนเช่นที่เขาเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน หากสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ในวันนี้แตกต่างจากวันอื่นๆก่อนหน้าก็คือครั้งนี้นั้นมินโฮไม่ได้เอาแต่นิ่งเงียบและทำเหมือนว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น “อะไร?” เขาเอ่ยถาม ย่างเท้าแต่ละก้าวส่งเสียงสะท้อนกับกำแพงมหึมาขณะที่เขาเดินเคียงข้างกับเพื่อน นิวท์หันกลับมา ดวงตาคู่โตของเขาสะท้อนภาพมินโฮเต็มสองตาราวกับว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาถูกจับได้ ก่อนที่สีหน้าแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา “อะไร?” นิวท์เลียนแบบ “นายมองฉัน” มินโฮพูด ปฏิเสธที่จะละจากการประสานสายตากับเพื่อนก่อนที่เด็กหนุ่มผมบลอนด์จะมองเขาด้วยสีหน้าประหลาด “ฉันเปล่า” นิวท์ตอบหน้าซื่อ หลบสายตามองไปอีกทางรวดเร็วเหมือนทุกครั้งที่มินโฮเคยจับเขาได้ก่อนหน้า “ใช่, นายมอง” เด็กหนุ่มชาวเอเชียกล่าวหาก่อนจะยกแขนทั้งสองขึ้นกอดอก “ตอนนี้แล้วก็อีกล้านๆครั้งก่อนหน้าน่ะ เพราะอะไร?” อันที่จริงมันเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ที่มินโฮจะสงสัยว่าเหตุผลของนิวท์นั้นจะเป็นเช่นเดียวกันกับเขา หรือไม่ก็เป็นเขาที่คิดไปเองตลอดเวลาที่ผ่านมา “แล้วนายมองฉันทำไม?” นิวท์ส่งกระแสความสงสัยออกมาเสียงดังโดยไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตาเพื่อนของเขา คิดว่าการเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอาจบ่ายเบี่ยงความสนใจของมินโฮไปจากคำถามนั้นแต่แรก “เพราะนายเดินอยู่ทางขวามือของฉัน และนายก็กำลังมองฉัน” มินโฮยอมรับว่าเขาเองได้ซักซ้อมคำตอบนั้นมานานแล้วก่อนที่จะได้พูดออกมาจริงๆ; มือทั้งสองของเขาผละออกจากท่ากอดอกและปล่อยตกลงข้างตัวก่อนที่จะกระทบเข้ากับต้นขาของตัวเอง “ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายถึงตอนนี้” กลุ่มผมสีบลอนด์กระจายเมื่อนิวท์ส่ายศีรษะปฏิเสธ พยายามบังคับสายตาให้มองไปเบื้องหน้าเหมือนในแบบซึ่งเขาอาจจะทำอยู่ตลอดเวลาที่จ้องมองมินโฮ; ไม่ใช่ว่าเขาจะยอมรับมันเสียหน่อย “ฉันหมายถึงทุกครั้งที่นายคิดไปเองว่าฉันไม่เห็น” “ฉันถามก่อนนะ, หน้าปลวก” ดวงตาของมินโฮละไปจากเด็กหนุ่มที่กำลังเดินอยู่เคียงข้างเมื่อเขาเอ่ยคำถามตอกกลับ “เพราะงั้นคายออกมาซะ นายมองฉันตลอดเวลาทำปลวกอะไร?” “ไม่ใช่ตลอดเวลาปลวกนั่น อย่าเวอร์ไปหน่อยเลย” นิวท์พูดป้องตัวเองพร้อมกับยักไหล่ ไม่ทันได้คิดว่าคำพูดแก้ตัวของเขานั้นจะเปิดโอกาสให้มินโฮตอกมันกลับมาที่เขาเสียเอง “ฮ่า นายมองฉันจริงๆสินะ” เขากล่าวรัวเร็ว ชี้นิ้วด้วยท่าทางที่ทั้งกล่าวโทษและขบขันมายังเด็กหนุ่มผมบลอนด์ “นายยอมรับแล้ว” เงียบ มันเป็นความเงียบที่แสนยาวนาน กระทั่งมินโฮเริ่มนึกเสียใจว่าเขาคงจะคิดผิดที่ตั้งคำถามนั้นขึ้นมาเสียก่อน นั่นทำให้เขาคิดว่าบางที, แค่บางที เขาคงจะเข้าใจผิดและสายตานั้นไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรเลย มินโฮแทบจะคาดว่าตลอดระยะทางที่เหลือในวงกตนั้นจะมีแต่ความเงียบ จังหวะการก้าวเท้า และเสียงกระซิบของพื้นรองเท้าที่เสียดสีกับพื้นเป็นเพื่อนกระทั่งพวกเขาไปถึงประตูทางออกสู่ทุ่งอีกครั้ง แต่ทว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นทำให้มินโฮถึงกับสงสัยในความสามารถการได้ยินของตัวเอง เพราะเขาสาบานได้ว่าแว่วเสียงนิวท์พูดว่า “บางทีอาจเป็นเพราะฉันอยากจะจูบนาย” นั่นเป็นเพียงคำกระซิบ หรืออย่างน้อยๆก็ฟังดูเป็นแบบนั้นสำหรับมินโฮแต่เขาก็ได้ยินอยู่ดี หรืออย่างน้อยที่สุดเขาก็คิดว่าได้ยิน และกล่าวโดยสัจจริงมินโฮแทบจะไม่อยากเชื่อ; หูของเขาอาจจะฝาดไปก็ได้ “นายพูดว่าอะไรนะ?” เขาถาม ตาหรี่ลงขณะก้าวห่างจากอีกฝ่ายไปสองสามก้าว ราวกับว่าระยะห่างนั้นจะทำให้เขาได้ยินอะไรที่น่าเชื่อมากกว่านั้น “เปล่านี่” นิวท์ตอบ แช่ปลายสายตานิ่งค้างอยู่ที่มินโฮเนิ่นนานก่อนจะละไปเพื่อจดจ่อกับหนทางเบื้องหน้าอีกครั้ง หากมินโฮนั้นแสนดื้อดึง; แทนที่จะยอมให้นิวท์มีโอกาสปล่อยบทสนทนานั้นให้ระเหิดหายไป มินโฮก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นขวางที่ช่วงอกของนิวท์อย่างรวดเร็วเหมือนกับท่าทางที่เขาใช้เป็นสัญญาณให้ชาวทุ่งคนอื่นๆหยุดวิ่ง และทุกๆครั้งเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แต่คราวนี้มินโฮใช้มือผลักอีกฝ่ายให้ก้าวถอยไปกระทั่งแผ่นหลังของนิวท์วางแนบอยู่กับกำแพงใกล้ๆ – ซึ่งก็ใช้เพียงไม่กี่ก้าวเพราะในวงกตนั้นไม่ได้มีพื้นที่มากนัก “ไม่, เมื่อกี้นายพูดอะไร?” มินโฮเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง และดวงตาที่ฉาบไปด้วยความประหลาดใจของนิวท์นั้นก็ฉายมวลหนาหนักของบางสิ่งบางอย่างซึ่งมินโฮไม่เคย
Fiction

[TMR AU-FIC] Cry

:: The Maze Runner’s Fanfiction ::

Title:                Cry

Author:            aki

Pairing:           Minho x Newt, Thomas

Type:               AU, Drabble

BGM:               ‘Cry’ by Jason Walker

 

Disclaimer:

All characters are from the novel ‘The Maze Runner’ and IT’s BELONGS TO JAMES DASHNER, not me.

******************************

Talk:   

จะเป็นอย่างไร ถ้าโทมัส…?

(จากการโรลเพลย์ในทวิตเตอร์กับ @yuhan4191s)

******************************

ถ้าโทมัสเป็นเกย์เขาอาจจะตกหลุมรักมินโฮ…

อาจเพราะได้ชื่อว่าใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากกว่าใคร ในฐานะรูมเมทมาตลอดหกปี ในอพาร์ตเมนท์ย่านชายขอบของฮาเล็ม หากบรรยากาศดีอย่างไม่น่าเชื่อด้วยเดินไม่กี่นาทีก็ถึงเซ็นทรัลปาร์คและสถานีรถไฟใต้ดินที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง การรู้จักกันและกันในแทบทุกเรื่องของชีวิตจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น มินโฮรู้ว่าเขาจะบีบยาสีฟันจากปลายหลอดทุกครั้ง และจะหัวเสียมากถ้าใครบีบยาสีฟันของเขาที่กลางหลอด เช่นเดียวกับที่เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยขาดการเอาหมอนออกมาตากแดดในวันอาทิตย์ราวกับเป็นพิธีกรรมมาตลอดหกปี ในทุกวันที่ไม่มีฝนตก

แต่พอดีว่าเขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดา การตกหลุมรักเพื่อนสนิทของตัวเองจึงเป็นเรื่องไร้สาระที่ไม่เคยผ่านเข้าหัว โทมัสใช้ชีวิตแต่ละวันหมดไปอย่างเรียบง่าย โดยที่มีมินโฮอยู่ในทุกจังหวะชีวิต มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เหมือนกับการหายใจเข้าออก ชายหนุ่มไม่เคยคิดหรือจินตนาการด้วยซ้ำถึงช่วงเวลาในชีวิตที่จะไม่มีเพื่อนสนิทชาวเอชียอยู่ข้างๆ มันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา และควรจะเป็นไปอย่างนี้ เรื่อยๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยน

หากก็ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยน

เขาเปิดประตูห้องพักหลังกลับจากการไปทำงานต่างเมือง เพื่อพบซากข้าวของเกลื่อนกระจายทั่วห้องนั่งเล่น ขวดเหล้าที่วางระเกะระกะ และเพื่อนสนิทที่นอนอยู่บนโซฟา ชายหนุ่มก้าวยาวๆ เขย่าปลุกอีกฝ่ายแรงๆ เช็คดูว่ายังมีลมหายใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อคนตรงหน้าเผยอเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน

“นายเมาเป็นแผละเลยว่ะเพียก”

ไม่ใกล้เคียงคำทักทายสักนิด หากดีที่สุดเท่าที่เขานึกออก คราบน้ำตาที่ติดข้างแก้มของมินโฮทำให้เขาใจหายแต่ตัดสินใจที่จะไม่เอ่ยถาม เขาลุกขึ้นกวาดเก็บขวดเหล้าและแก้วเปล่าไปที่อ่างล้างจานเงียบๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นมา

“นิวท์” เสียงนั้นแห้งแล้งเหมือนถูกกระดาษทรายขัด “เขา…เราจบแล้ว”

โทมัสไม่ได้เอ่ยอะไรออกมานอกจากเดินกลับมาหยุดตรงหน้ารูมเมทของเขาซึ่งกลายเป็นอะไรสักอย่างที่ผุพัง เขาอัศจรรย์ใจที่คนชื่อนิวตัน…คนรักของมินโฮคนนี้จะสามารถทำให้ไอ้หมีบ้าตัวโตที่สามารถทำหน้าเฉยๆ ได้แม้เพิ่งถูกแฟนสาวตบหน้าและบอกเลิกทั้งที่ไม่ใช่ฝ่ายผิดให้ร้องไห้ได้ เป็นเรื่องประหลาด เป็นอีกแง่มุมของมินโฮที่เขาเพิ่งเคยเห็น และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

ด้วยเหตุนี้เขาจึงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น

เอื้อมมือออก

และกอดอีกฝ่ายไว้

ร่างนั้นสะท้านแต่ไม่มีเสียงสะอื้น ส่วนโทมัสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งที่ผิดวิสัยคนช่างพูดช่างสงสัยอย่างเขา แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับไม่คิดว่าตัวเองจะนึกอยากทำลายความเงียบที่มีในห้องพักสี่เหลี่ยมในย่านฮาเล็มที่พวกเขาอาศัยร่วมกันในฐานะรูมเมทมาตลอดหกปี

เพราะโทมัสไม่ใช่เกย์ เขาจึงไม่ได้ตกหลุมรักมินโฮ

แต่ถึงอย่างนั้น…

END.

Fanfiction

When You Come [PART 2]

qintazshk‘s present

 ⌊ When You Come ⌋

Kwon Yuri and Choi Minho
Huang Zitao as additional cast

PG-13 |  chaptered  |  Fantasy/Action/Romance |  Poster by… 2.485 more words

Minho