Tag » Minho

Review Fluttering India Ep. 1

Iseng aja nulis2 review’an acara ini. Jadi acara ini itu programnya orang korea buat nyebarin ‘virus K-POP’ di india dan 1.770 kata lagi

Suho

REVIEW: SHINee for The Saem Perfumed Hand Creams

My SHINee inspired hand creams from The Saem arrived today!!

Naturally, the packaging is quite nice to look at. Heh.

I got them off Ebay, at the grapemusic store – pretty reasonable price for the full set + photocards + bookmark. 484 kata lagi

Jonghyun

Warm & Cold [4/4]

  • Story By Patty
  • Choi Minho x Jung Krystal
  • Mature, Smut, Romance
  • Rated 18+

Ini chapter terakhir guysss, hope you enjoy it. dan, saya sudah kasih rating umur di atas. 3.322 kata lagi

Fanfiction

Minho to appear for Running Run with SNSD!

On June 28th, Running Man released the preview for the July 5th episode featuring Girls’ Generation.

In the preview, the girls can be seen playing real life Tetris, Pacman in the mud, and a chasing game featuring SHINee’s Minho! 11 kata lagi

Minho

PLEASE, STAY WITH ME!!! [LONGSHOOT]

Title : Please, Stay With Me! (Jinki-ah)
Cast : Kim Kibum (Key) and Lee Jinki
Other cast : Choi Minho, Kim Jonghyun, Lee Taemin
Genre : Romance, Angst… 8.924 kata lagi

Romance

SHINeeㅡLOVE Lyrics [Japan/Romanji]

陽がまた昇ればココロは Higa mata noboreba kokorowa
知らないうちに愛を手に旅に出る
Saranai uchini ai o teni tabini deru
追い風に乗り微笑んで
Oi kazeni nari hohoende
見知らぬ街 駆けてゆこう
Mi siranu machi kakete yuko… 255 kata lagi

[The Maze Runner Fanfiction] Deep blue [1]

The Maze Runner Fanfiction : Deep blue

Newtmin (Newt *Minho The great white shark merman)

PG-15 (มีความรุนแรงในเรื่องของการทารุณกรรม,พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสมและคำหยาบคายบางส่วนซึ่งอาจจะตามมาในตอนต่อไป)

*Sorry, My all fanfiction is only thai language, that because my writing skill is suck *SOB* *

—————————————————

เฮ้…..”

เลือดลอยขึ้น แผ่กระจายทั้งกลิ่นและสี

ความเจ็บปวดตรงไหล่ขวาบ่งบอกถึงแหล่งที่มาของเลือด ความหนักที่ถ่วงไหล่ขวาให้ลงเดาดูแล้วน่าจะเป็นฉมวก

ดวงตาปรือที่พยายามลืมตาขึ้นเพื่อมองมวลน้ำสีครามเข้มที่ล้อมรอบกายเขา

อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปล่ะ มนุษย์”

ภายใต้สีฟ้าครามเข้มของกระแสน้ำ เขาสัมผัสถึงมือที่โอบเอวเขา และเห็นใบหน้าของคนๆหนึ่งพูดบางอย่างที่จำจับใจความไม่ได้

ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ความรู้สึกนุ่มตรงศีรษะตระหนักให้เขารับรู้ว่าตัวเองกำลังนอนหนุนหมอนอยู่

กลิ่นและแสงของแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าผู้ที่นอนอยู่กำลังพักอยู่ในห้องสีขาวโล่งตา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองไปรอบๆ พยายามปรับโฟกัสให้ชินกับภาพรอบกาย เขามองไปที่ซ้ายมือของตัวเอง และก็พบว่าเขากำลังอยู่ในห้องผู้ป่วยเดี่ยวเพราะเสาแขวนสีเงินวาวและสายน้ำเกลือยาวที่เจาะเข้ามือเขาคือหลักฐานยืนยันชั้นดี อีกทั้งยังมีถุงเลือดแขวนและสายมันก็เจาะเข้าที่มือเขาเช่นกัน

คนเจ็บเริ่มขยับตัวช้าๆ ก่อนจะสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อรับรู้ถึงความปวดแปล๊บที่ไหล่ขวาของตนซึ่งถูกปิดด้วยผ้าก๊อซเพื่อกันกรณีที่หากมีเลือดไหลออกจากบาดแผลเปรอะเปื้อนชุดผู้ป่วย

“ในที่สุดนายก็ตื่นจนได้นะ”

เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงของประตูที่ถูกเปิดออก ในมือมีขวดน้ำเปล่าและอาหารเยี่ยมผู้ป่วยติดไม้ติดมือมาด้วย

“ไม่ตายง่ายๆหรอกน่า โทมัส”

ชายหนุ่มผู้มาเยี่ยมทิ้งตัวลงบนโซฟาบุหนังเทียมสีฟ้าอ่อนภายในห้องจนเกิดเสียงดังยวบ

“ฉันสลบไปกี่วัน?”

“เกือบสองวันมั้ง”

คนป่วยครางอือออกมารับรู้เมื่อเพื่อนของเขาเล่า ดวงตากวาดมองไปรอบห้องอีกครั้งแล้วมองมาที่ไหล่ขวาของตัวเอง มือซีดแตะเบาๆที่ผ้าก๊อซ

ภาพบางอย่างผุดขึ้นมาเมื่อปลายนิ้วซีดแตะไปที่มัน ใบหน้าของใครคนหนึ่งที่ขยับริมฝีปากพูดอะไรสักอย่างซึ่งเขาจับใจความไม่ได้ พูดให้ถูกคือฟังไม่ออกเพราะอยู่ในน้ำเลยไม่รู้ว่าพูดอะไร

“เหม่ออะไรอยู่น่ะนิวท์?”

เจ้าของชื่อเงยหน้าจากแผลของตนไปหาเพื่อนที่เอ่ยถาม นิวท์ไม่ตอบคำถามของโทมัส

“ไปเจอฉันได้ยังไง”แต่เขาถามคำถามอีกฝ่ายแทน เลี่ยงการตอบคำถามของเพื่อนหนุ่ม

โทมัสขมวดคิ้วมองนิวท์อย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่อะไรมากกับคนๆนี้ เพราะรู้อยู่แล้วยังไงก็ไม่ตอบคำถามเขาหรอกถ้ามันไม่จำเป็น

“มีชาวบ้านแถบที่นายไปถ่ายทำสารคดีเจอร่างของนายเข้าตรงชายฝั่ง สภาพเปียกไปหมด แถมเลือดออกท่วมไหล่นายด้วย ตอนฉันเห็นนายถูกส่งมาโรงพยาบาลนายเปียกอย่างกับลูกหมาตกน้ำ” พูดไปก็ทำเสียงล้อเลียนไป นิวท์ไม่ถืออะไรกับนิสัยของเพื่อนตนมากนักเพราะรู้ว่าเขาพูดเล่น “แถมเสียเลือดเยอะ ดีนะโรงพยาบาลหาเลือดที่เข้ากับนายได้ทัน นายเลยไม่ตายซะก่อน”

“ถือว่าพระเจ้ายังไม่อยากเอาตัวฉันไป”

นิวท์พูดพร้อมขำน้อยๆ ล้อเลียนกับสภาพของตนที่ได้ฟังจากคนมาเยี่ยม

“ฉันอยากเจอคนที่พระเจ้าส่งมาช่วยนายจริงๆว่าเป็นใคร นายอยู่ตั้งกลางทะเล แถมนั่งเรือไปคนเดียวถ่ายสารคดีเกี่ยวกับชีวิตฉลามขาวโดยที่ไม่มีคนอื่นไปด้วยเนี่ยนะ?”โทมัสเริ่มร่ายยาว “ให้เดา แล้วดวงซวยเจอพวกนักล่าฉลามใช่มะ? ไปขวางเข้าล่ะสิเลยโดนทำร้ายมาซะเกือบตายน่ะ?”

และแล้วความขี้สงสัยของโทมัสก็ประโคมเข้าจนเขาเริ่มยิงคำถามอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งละจากโซฟาไปที่เก้าอี้มีพนักพิงบุหนังสีเดียวกับโซฟาซึ่งวางอยู่ข้างๆเตียงคนป่วย เขานั่งลง แขนเท้ากับขอบเตียง มองคนเจ็บด้วยแววตาเค้นคำตอบ

“คำถามคือ ใครช่วยนายไว้กลางทะเล? และอีกคำถามนึง นายไม่กลัวหัวหน้าด่ารึไงห๊ะ แอบเอาเรือไปถ่ายงานไม่บอกเขาก่อนเนี่ย?”

“พอแล้วไอ้ปลวก นายชักจะถามมากไปล่ะ” มือซีดยกขึ้นห้ามเพื่อนหนุ่มที่เหมือนจะยิงคำถามต่อ “ขอตอบข้อแรก ฉันไม่รู้ว่าใครช่วยฉันไว้ ตอนนั้นจมลงทะเลก็ใกล้ร่อแร่เต็มทน และคำถามที่สอง ฉันขออนุญาตหัวหน้าแล้วว่าจะไปถ่าย แค่ไปเก็บอินเสิร์ช และไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเอาตัวหย่อนลงทะเลโดยไม่มีกรงกันฉลามนะ เพียก”

นิวท์เว้นช่วงหายใจสักพัก เขารู้สึกเหนื่อยและเริ่มเจ็บแผลอีกครั้ง อาจจะเพราะเขาเริ่มขยับตัวเยอะ

“ฉันเอากล้องใส่ที่กันน้ำหย่อนลงไป นายไม่ต้องห่วง แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้เรือนั่นอยู่ไหนแล้วล่ะ? มีใครเจอแล้วยัง?”

โทมัสถอนหายใจ “เจอแล้ว ดีนะเรือติด GPS เลยหาตำแหน่งเจอ และโชคดีเป็นบ้ากล้องก็ตกอยู่ตรงเรือ ไม่ตกน้ำไปพร้อมกับนาย” น้ำเสียงท้ายประโยคเจือแววดุและไม่พอใจให้กับนิวท์ คนเจ็บยักไหล่ข้างที่ไร้บาดแผลเบาๆแบบไม่ใส่ใจในน้ำเสียงของโทมัสมากนัก

และเวลาก็ผ่านไปราวยี่สิบนาทีโดยทีเพื่อนของเขาก็เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ตอนที่ทุกคนเจอเขา รวมถึงบอกเล่าความเป็นห่วงที่คนอื่นๆฝากมาให้

และจบท้ายด้วยประโยคของโทมัสที่บอกว่า คราวหน้าถ้าจะไปก็ชวนฉันไปด้วยเหอะ ไปกันสองคนดีกว่าคนเดียว”

“ทำไม เป็นห่วงฉันรึไง?”

คนสร้างเรื่องยิ้มน้อยๆใส่เพื่อนสนิท โทมัสกลอกตาไปมาด้วยความเอือมระอา

“ไม่เอาน่านิวท์ ทุกคนรวมถึงฉันเป็นห่วงนายจริงๆนะเว้ย”

นิวท์ยิ้มอีกครั้ง

ชายหนุ่มรู้ตัวดี เขามักจะเป็นคนที่ทำให้เพื่อนๆและทุกคนในที่ทำงานเป็นห่วงอยู่เสมอ

“ขอบคุณมากนะ…ทอมมี่”

ราวๆกับหนึ่งเดือนที่นิวท์ต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ความเงียบมันช่างน่าเบื่อ และการไม่ได้ออกไปทำงาน ยืดเส้นยืดสาย หรือแม้แต่ได้ออกไปสูดอากาศทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับผักเหี่ยวๆที่กำลังนอนกองอยู่บนเขียง

“หลังจากนี้พยายามลดการใช้แขนขวายกอะไรหนักๆให้น้อยหน่อยนะครับ ยิ่งไม่ใช้ได้ยิ่งดี”

เสียงของหมอเจ้าของเคสนิวท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาพูดในขณะที่ตาจ้องไปที่กระดานในมือซึ่งหนีบเอกสารที่บอกถึงอาการของคนป่วยในเคสของตน

“แต่ผมจำเป็นต้องแบกกล้องนะครับ มันจะมีวิธีอื่นอีกไหมที่พอทำได้?”

“อืม….ผมกลัวว่ามันจะไปกระทบแผลคุณน่ะสิ โดนแทงทะลุออกมาขนาดนั้นไม่รู้ยังสมานตัวกันเสร็จหรือเปล่าเนี่ย”น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดนิดๆ หมอหนุ่มเจ้าของเคสหันมาสบตานิวท์ “ถือว่าผมขอเหอะคุณนิวตัน ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอกแผลก็หายช้านะ”

คนเจ็บได้แต่เงียบก่อนจะพยักหน้าแล้วหันไปมองที่แผลตรงไหล่ขวาของตนซึ่งตอนนี้ถ้าไม่ขยับแบบใช้งานหนักก็คงไม่เจ็บหรือกระเทือนแผลเท่าไรนัก

ดวงตาของนิวท์เต็มไปด้วยความหงุดหงิด

หงุดหงิดที่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนผักเข้าไปทุกที

“โอเค งั้นอีกสองวันคุณก็ออกจากโรงพยาบาลได้ล่ะ แต่กรุณามานัดพบหมอตามที่นัดไว้ทุกวันนัดนะครับ เพื่อมาดูอาการเป็นระยะๆ”

ให้ตายสิวะ…….

หลังจากนั้นราวหนึ่งสัปดาห์ นิวท์เข้ามาในออฟฟิศตามปกติ(แต่ระมัดระวังฝั่งซีกขวาตนเป็นพิเศษ)  เพื่อนๆทุกคนในที่ทำงานต่างเข้ามาถามไถ่อาการรวมถึงบางคนก็ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้คิดว่าเขาจะตายไปเสียแล้ว

นี่คือสิ่งที่เขาชอบในที่ทำงานของเขา ความเป็นห่วง เหมือนพี่เหมือนน้อง

“ให้ตายสิ นี่หลายคนคิดว่านายกลายเป็นอาหารให้ฉลามไปแล้วนะเนี่ย!”

ฟรายแพน หนึ่งในตากล้องของทีมถ่ายสารคดีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน หนุ่มอ้วนผิวเข้มตบหลังเพื่อนผู้ที่เพิ่งได้กลับมาเบาๆ “ยินดีต้อนรับกลับมานะนิวท์ คราวนี้อย่าซ่าอีกล่ะ”

“นายก็น่าจะรู้อยู่ว่าพวกเราซ่ากันอยู่แล้ว เพียก” นิวท์ยักคิ้วให้พร้อมยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่ดูราวกับเทวดาแต่ข้างในนั้นร้ายกาจและแสบสันกว่าที่คิด

ฟรายแพนหัวเราะชอบใจก่อนจะขอตัวไปเคลียร์การคัดไฟล์สารคดีในคอมพิวเตอร์ประจำตำแหน่งของตนต่อ ทิ้งให้นิวท์พูดคุยกับคนอื่นๆที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายวัน มีหลายครั้งที่ซีกขวาของนิวท์ถูกกระทบกระเทือนจากหลายๆคน เจ็บแต่ไม่เท่ากับความเจ็บครั้งแรกๆที่เขาขยับแขนเมื่อฟื้น หลายๆคนที่เผลอกระทบซีกขวาพากันขอโทษด้วยหน้าตาตื่นๆ แต่นิวท์ก็ส่ายหน้าพลางบอกว่าไม่เป็นไร

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายไปตามตำแหน่งโต๊ะของตัวเอง

นิวท์ค่อยๆหย่อนตัวลงบนโซฟาสีน้ำตาลอ่อนมีพนักพิงเบาๆ วางแขนทั้งสองลงบนที่พักแขนและดันเก้าอี้เข้าหาโต๊ะทำงานที่ตอนนี้ดูโล่งผิดหัวผิดตาเพราะเขาไม่ได้มาทำงานเกือบเดือน

ชายหนุ่มค่อยๆควานหาฮาร์ดดิสสำรองซึ่งบรรจุไฟล์ข้อมูลสารคดีจากกล้องที่เขาถ่ายๆมาทั้งหมดจนถึงวันที่เขาดันไปขวางพวกล่าฉลามในกระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาลอ่อน มือผอมหยิบมันขึ้นมาแล้วเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์แมคแบบตั้งโต๊ะ

ดวงตาสีอ่อนมองหน้าจอที่ตอนนี้มีหน้าต่างโฟลเดอร์ของฮาร์ดดิสเด้งขึ้นมา มือขวาที่พักอยู่ยกขึ้นมาคลิกเมาส์ กดเลื่อนแทบสกอบาร์ลงไปเรื่อยๆเพื่อสำรวจฟุตเทจแต่ละอันแบบคร่าวๆ

พลันสายตาก็เจอะกับฟุตเทจตัวหนึ่งที่แสดงภาพทัมป์เนลตัวอย่างเป็นรูปใต้ทะเลที่เขานำกล้องจุ่มลงน้ำถ่ายจากบนเรือ มีฉลามว่ายมาทางกล้องของเขา

แต่ที่ทำให้สนใจก็คือ ในภาพนั้นมีรูปของอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ปลาฉลาม

ปลายนิ้วรีบคลิกให้ไฟล์ตัวนั้นเปิดขึ้น นิวท์เสียบหูฟังเข้ากับตัวคอมพิวเตอร์และเร่งเสียงให้เหมาะสม ดวงตาจับจ้องไปที่วิดีโอที่เริ่มเล่น ภาพของท้องน้ำสีครามปรากฏให้เขาเห็นเป็นอันดับแรก ก่อนจะเริ่มมีฉลามขาวสองสามตัวว่ายมาทางกล้องของเขา

และ…บางอย่างที่ว่ายตามพวกมันมา

ดูเหมือนสิ่งนั้นจะว่ายไปกับฉลามพวกนี้ราวกับสนิทสนมกับพวกมัน สิ่งที่นิวท์สงสัยว่ายเข้ามาหากล้องที่พวกฉลามพากันว่ายมาหา และดูเหมือนจะรู้ตัวว่ามันคือกล้อง จึงได้ว่ายน้ำหนีออกไป

สิ่งนั้น….รูปร่างท่อนล่างที่เป็นฉลามขาว แต่ท่อนบนคือร่างกำยำของผู้ชายซึ่งดูไม่ออกว่าหน้าตาเป็นแบบไหนเพราะอยู่ห่างจากหน้ากล้องจนโฟกัสหน้าตาไม่ได้

ชายหนุ่มรีบแยกไฟล์วิดีโอตัวนี้ออกจากโฟลเดอร์ คัดแยกเข้าใส่อีกโฟลเดอร์หนึ่งในฮาร์ดดิสสำรองและไม่ลืมที่จะลบตัวต้นฉบับที่ลงในโฟลเดอร์ของคอมที่ทำงาน

สิ่งที่เพิ่งได้ดูไปทำให้เขานึกถึงใบหน้าของใครคนหนึ่งที่ได้เห็นตอนที่จมอยู่ภายใต้ท้องน้ำสีคราม

ใครบางคนที่น่าจะเป็นคนช่วยเขาไม่ให้จมลงทะเลและกลายเป็นอาหารของฉลาม

————————————

สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วค่ะ

ฮือออออออออออออออออ /วิ่งรอบเวิร์ดเพรสตัวเอง

พักหลังๆที่หายไปคืองานมหาลัยบวกกับงานขายของMC3 ที่ผ่านไปทับถมค่ะ ชีวิตนี่เฝ้าอยู่แต่หน้าทวิตเตอร์ แต่ก็ยังซุ่มเขียนฟิคใหม่ๆอยู่นะคะ! :D

ในเนื้อหาของฟิคใหม่เรื่องนี้เราคิดไว้ว่าอยากทำประเด็นเรื่องการสูญพันธุ์ของฉลามค่ะ และเลือกฉลามขาว เพราะคิดว่าน่าจะเหมาะกับมินโฮดี ฮาาา

และแน่นอนว่าเราอยากเขียนดราม่าค่ะ นี่คงจะเป็นอีกซีรี่ย์ที่เราคิดว่าเราคงจะเน้นดราม่าค่อนข้างหนักหน่อย (ไอ่ที่ผ่านมาก็ไม่ดราม่าอีกเร๊อะ….)

เอาเป็นว่าใครที่ยังติดตามเวิร์ดเพรสดองๆอันนี้อยู่ก็ขอบพระคุณมากนะคะ ไว้เจอกันตอนต่อไปค่ะ :9

Boylove